"ชนเหล่าใด ได้จาริกไปนมัสการ
สังเวชนียสถานกราบไหว้
ด้วยความศรัทธาเลื่อมใส ฯลฯ ครั้นกายแตกดับ จักเข้าสู่สุขคติโลกสวรรค์"
|
สองคนยลตามช่อง |
แรกเริ่มเดิมที ตั้งใจจะนำรูปที่ได้เดินทางท่องเที่ยวไปตามรอยพระพุทธองค์ ขึ้นไปแบ่งปันกันดูแล้วมีอธิบายภาพประกอบบ้างเป็นระยะ ๆ แต่ในคืนสุดท้ายของการเดินทาง พระเดชพระคุณท่านเจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา ได้เตือนสติดังกลอนข้างต้นว่า อยากให้ครูทุกคนที่ได้เดินทางมาแสวงบุญในครั้งนี้ ได้กลับไปเขียนเรื่องราวน่ารู้ที่แต่ละคนได้รู้ ได้เห็น และได้สัมผัสในครั้งนี้ เพื่อที่จะได้เป็นข้อมูลให้คนที่ไม่มีโอกาสเดินทางมา ได้ศึกษา ได้แง่คิดในหลากหลายมุมมองของแต่ละคน และรวมกันเป็นฐานข้อมูลที่สมบูรณ์ต่อไป จึงทำให้เกิด...เดินพุงป่อง...ท่องแดนพุทธภูมิ..
ที่มาของชื่อ...อันเนื่องมาจากการเดินทางไปประเทศอินเดียครั้งนี้ เป็นครั้งแรกในชีวิต จึงต้องทำการหาข้อมูลก่อนเพื่อเป็นการเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง อากาศ...เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว..เตรียมเสื้อกันหนาวไปด้วย...อาหาร...เคยกินโรตีกับเพื่อที่เป็นแขก กินข้าวหมกไก่..พอกินได้ แต่ตอนนี้หมอห้ามกินสัตว์ปีก..ไม่เป็นไรกินน้อย ๆ หน่อยจะได้ลดน้ำหนัก...อาคาร...ที่พัก พักวัดทุกคืน...ทำใจไว้หน่อยก็ดี... โอสถ...ยาสามัญประจำตัว เตรียมไปให้พร้อม... แต่เมื่อเดินทางเข้าจริง ๆ แทบไม่ตรงกับที่คิดไว้สักอย่างเดียว อากาศ..ยังคงร้อนสุด ๆ อินเดียคงเข้าสู่ภาวะโลกร้อนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...อาคาร...พักที่วัด สุดแสนสะดวกสบาย น้ำไหล ไฟสว่าง ดีกว่าพักโรงแรมแขกเป็นไหน ๆ และที่สำคัญที่สุด ต้องขอขอบคุณ NC TOUR CO.,LTD ที่เตรียมอาหารไทยให้เราอิ่มอร่อยทุกมื้อ แทบไม่ได้สัมผัสอาหารอินเดียเลย...ทำให้เราต้องกิน...จน...พุงป่อง...ก่อนออกไปเดิน..ท่องแดนพุทธภูมิ
คณะแสวงธรรมบำเพ็ญบุญของเรา มีจำนวนมากถึง 51 ท่าน พร้อมเจ้าหน้าที่ ที่น่ารักจาก NC TOUR อีก 3 ท่าน รวมเป็น 54 ท่าน จึงทำให้การถ่ายรูปหมู่แต่ละครั้ง เป็นที่สนุกสนานเหมือนการจัปปูใส่กระด้ง เพราะมีกล้องที่จะต้องถ่ายมากมายกว่า 30 กล้อง ในแต่ละครั้ง แต่ก็สามารถนำภาพหมู่สวย ๆ มาฝากกันได้ ด้วยความน่ารักของ น้องตุ๊กตา น้องโอเล่ และ น้องปุ้ม ที่ช่วยแบ่ง ๆ กันไป คนละ 10 กล้อง
งานนี้ใครวิ่งมาไม่ทัน อดมีภาพไว้เป็นที่ระลึก พระอาจารย์ดาวสยาม และพระอาจารย์บุญส่ง วิทยากรตลอดการเดินทาง ที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูลของสถานที่ต่าง ที่พาคณะของเราเข้าเยี่ยมชม จนหลายคนสงสัยว่าสมองของท่านบรรจุเรื่องราวทั้งหมดนี้เข้าไปได้อย่างไร และนอกจากจะนำพวกเราสวดมนต์ ทำวัด ในรถขณะเดินทางแล้ว ยังมีมุขเด็ด ๆ แก้ง่วง เช่น...ข้าวอะไรเอ่ย กินไม่อิ่ม....เฉลย...ข้าวนี๊ดเดียว...หรือ คนอินเดีย เวลามีคนตาย ทำไมจึงไม่ร้องไห้...เฉลย ..เพราะคนอินเดีย ไม่เห็นโลงศพ จึงไม่หลั่งน้ำตา เป็นต้น
คณะของเราส่วนใหญ่เป็นครูสอนพระพุทธศาสนา หรือไม่ก็ทำงานเกี่ยวกับเรื่องของคุณธรรม มี"ครูแดง" คนเดียวที่สอนวิชาฟิสิกส์ ..แบบไม่ธรรมดา เพราะมีการนั่งสมาธิ ก่อนเรียนด้วย นอกจากนี้ ยังมีพี่สาวที่น่ารักอีก 2 ท่านคือ คุณปภัทร์สิริ อิทธิพรรษนันต์ และ คุณอุไร เจนกุลประสูตร(จากซ้าย) ที่ไม่ได้เป็นครู แต่มีความสนใจอย่างยิ่งในเรื่องการปฏิบัติธรรม และให้ความอุปถัมป์ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ด้วยดีเสมอมา ขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้
เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะลืมไม่ได้เป็นอันขาด คือ ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรองศาสตราจารย์อมรา รอดดารา ประธานชมรมครูผู้สอนพระพุทธศาสนา ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ให้โอกาสที่ดี แก่คณะครูและบุคคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ครูแดง" กะ "ครูโหนง" ที่ไม่ได้สอนวิชาพระพุทธศาสนา แต่ได้มีโอกาสที่ถือว่าเป็นเรื่องดีที่สุดในชีวิตครั้งหนึ่ง ในการร่วมเดินทางตามรอยบาทพระศาสดา นมัสการสังเวชนียสถาน 4 ตำบลในครั้งนี้