ก็ต้องบอกกันตรง ๆ ละครับ ว่าผิดหวังเล็ก ในการพานักเรียน 9 คน ไปร่วมงานมหกรรมพลังงานสัญจรที่ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน จัดขึ้นที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมา ในสภาวะที่น้ำมันขึ้นราคาทุกวันจนกระทั่งขณะนี้ น้ำมันราคาลิตรละ 40 บาท ซึ่งตั้งแต่เกิดมาเป็นตัวเป็นตนก็ไม่คิดว่าจะได้เห็นในช่วงชีวิตนี้ แต่ขณะนี้ราคาน้ำมันกำลังไต่ขึ้นไปเรื่อย ๆ และคาดว่าจะถึงลิตรละ 50 บาท เร็ว ๆ นี้
         จากกระแสพระราชดำรัส เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ปี 2550 ที่ผ่านมา ในเรื่องของไบโอดีเซลระดับ B100 ซึ่งหมายถึงน้ำมันดีเซลที่ผลิตจากพืช 100% เพราะเมืองไทยของเรามีผลิตผลทางการเกษตรที่สามารถนำมาผลิตเป็นน้ำมันไบโอดีเซลได้อย่างพอเพียง จนท่านผู้มีความรู้บางท่านออกมากล่าวว่า เมืองไทยของเราโชคดีเหลือเกิน ที่เรามีบ่อน้ำมันอยู่บนดิน สามารถผลิตได้อย่างเต็มที่ แต่ที่ผ่านมา น้ำมันไบโอดีเซล  B5 ซึ่งมีส่วนผสมจากน้ำมันพืชเพียง  5% ยังหาเติมได้ยากเต็มที มีจังหวัดละกี่ปั๊ม แล้วบางวันขับรถเข้าไปจะเติม เด็กปั๊มบอกว่า...หมดครับ...พี่น้อง นี่มันอะไรกัน
         เดือนมีนาคม - เมษายนที่ผ่านมา น้ำมันพืชขาดตลาด ถือโอกาสขึ้นราคาจากลิตรละ 28 - 35 บาท ไปเป็นลิตรละ 45 - 50 บาท ทุกวันนี้ หาซื้อกันไม่ได้ ในขณะเดียวกันที่ภาคใต้ เกษตรกรสวนปาล์ม นำผลผลิตไปเททิ้งขวางถนน ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพราะพ่อค้าไม่ยอมรับซื้อ อ้างว่ามีผลผลิตมากเกินกำลังการผลิต นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเมืองไทยครับ
          กลับมาดูงานมหกรรมพลังงานสัญจรกันดีกว่า ด้วยความมุ่งหวังอย่างเต็มเปี่ยมที่จะได้พบกับกิจกรรม และข้อมูลที่สามารถนำกลับมาใช้ได้จริง หรือพัฒนาต่อยอดในเรื่องไบโอดีเซล เพราะได้รับหนังสือจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) แจ้งว่าขณะนี้ สพฐ. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2550 ให้สถานศึกษาให้ความร่วมมือในการรวบรวมน้ำมันพืชใช้แล้ว เพื่อนำไปผลิตเป็นไบโอดีเซล โดยใช้เครื่องผลิตไบโอดีเซลที่กระจายกันอยู่ที่สำนักงานตำรวจทั่วประเทศ แต่สิ่งที่ได้ คือ

ซุ้มที่เห็น พร้อมวิทยากร 1 ท่าน กับขวดผลิตไบโอดีเซล 6 ขวดที่เห็นในภาพ และสอบถามรายละเอียดอะไรได้ไม่มากนัก เพราะท่านวิทยากรท่านบอกว่า น้ำมันพืชแต่ละที่ มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ส่วนผสมของสารเคมีที่ใช้จำแตกต่างกัน ต้องทดลองเอาเอง ว่าสัดส่วนเท่าใดจึงจะดีที่สุด แล้วนี่ถ้า "ครูแดง" ลงทุนผลิตแล้ว จะนำไปใส่เครื่องยนต์ที่ไหนดีล่ะ ถึงจะรู้ว่ามันจะพังเมื่อไร?????   ยังมีเรื่องที่อยากเล่าให้ฟังอีกมาเกี่ยวกับเรื่องของการอนุรัษ์พลังงาน แต่วันนี้ขอเรื่องไบโอดีเซลเรื่องเดียวก่อน

          กลับไปดูที่สำนักงานตำรวจที่พิจิตรกันดีกว่า โชคดีเหลือเกิน ได้พบพี่ตำรวจใจดี กรุณานำพวกเราเข้าไปชมเครื่องผลิตน้ำมันไบโอดีเซล ที่ตั้งอยู่ที่หน้าสำนักงานตำรวจ ถึงแม้พี่ตำรวจจะไม่ใช่ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง แต่ก็พอให้ข้อมูลกับเราได้ว่า เครื่องผลิตไบโอดีเซลนี้ ไม่ค่อยได้ใช้งานมากนัก เนื่องมาจากไม่สามารถหาน้ำมันพืชใช้แล้วมาป้อนกระบวนการผลิตได้ เพราะการเดินเครื่องครั้งหนึ่ง ๆ ต้องใช้น้ำมันพืชใช้แล้ว จำนวน 200 ลิตร มาป้อนให้เครื่อง นาน ๆ จึงจะสะสมได้ครบ 200 ลิตร สักครั้ง ยิ่งระยะนี้ น้ำมันพืชขึ้นราคาไปลิตรละเกือบ 50 บาท พ่อค้า แม่ค้าก็พยายามใช้ซ้ำกันจนคุ้มราคานั่นแหละครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาหารทอดตามตลาดนัด ถ้าท่านจะซื้อ ลองชำเลืองตามองสีของน้ำมันที่ใช้ทอดกันหน่อยนะครับ เพราะกระทรวงสาธารณสุขท่านแจ้งมาว่า การใช้น้ำมันทอดซ้ำ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง สูงกว่าปกติ

          สรุปว่างานนี้กลับมาตั้งต้นคิดกันใหม่ว่า เราจะเดินหน้ารวบรวมน้ำมันพืชใช้แล้ว เพื่อนำไปส่งสำนักงานตำรวจ ให้ผลิตไบโอดีเซล หรือจะทดลองผลิตไบโอดีเซลขึ้นที่โรงเรียนตะพานหินดี  "ครูแดง" คิดถึงตอนที่สอนเด็ก ๆ ในชุมนุมวิทยาศาสตร์ ให้ผลิตแชมพูสระผมกันเอง พอผลิตเสร็จแล้วไม่รู้จะให้ใครลองใช้สระผมดู ผลสุดท้ายต้องเอาไปใช้อาบน้ำหมาน้อยที่บ้าน เพราะมันคงไม่รู้ว่าเป็นยาสระผมที่ผลิตขึ้นเอง โชคดีที่ใช้แล้ว หมาน้อยขนไม่ร่วง สรุปว่ายาสระผมนี้ใช้ได้  แต่ไบโอดีเซลที่เราผลิตจะนำไปใส่เครื่องยนต์ที่ไหนดีครับ ..พี่น้อง...ใครมีข้อแนะนำดี ๆ ส่งคำแนะนำไปที่  krudang2499@gmail.com นะครับ

 

จัดทำโดย ครูจิรวัฒน์  จวนทองรักษ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

โรงเรียนตะพานหิน อำเภอตะพานหิน  จังหวัดพิจิตร

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิจิตร เขต 2