J ปรากฏการณ์ท้องฟ้าอมยิ้ม J

        ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เกิดขึ้นจาก ดาวศุกร์(ดวงใหญ่ด้านซ้ายมือ) และดาวพฤหัสบดี(ดวงสว่างรองลงมาด้านขวามือ) ไปปรากฎเหนือรอยโค้งของดวงจันทร์ข้างขึ้น 3 ค่ำ ของวันที่ 1 ธันวาคม 2551 ซึ่งปรากฎการณ์เช่นนี้ หาดูได้ยากเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะปรากฎให้เห็นเป็นรูปหน้าคนอมยิ้มให้กับโลก  และจากการใช้โปรแกรม Starry Night ทดลองให้สร้างภาพของท้องฟ้า ในวันที่ 1 ธันวาคม พบว่าช่วงเวลา 19 นาฬิกาตรง(ในภาพ) หลังดวงอาทิตย์ตกไปได้ไม่นาน บนท้องฟ้าด้านทิศตะวันตก(W) เยื้องไปทางทิศใต้เล็กน้อย จะมองเห็นภาพสวยที่สุด เป็นใบหน้าคนอมยิ้มอย่างมีความสุข ส่วนแถบสีเทาจาง ๆ ทางขวามือ เป็นแถบของทางช้างเผือก

หาโอกาสชมกันนะครับ

ประมวลภาพที่เก็บมาได้

ข้อมูลที่น่าสนใจ

ดาวพุธ อยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว เดือนนี้ดาวพุธเคลื่อนผ่านกลุ่มดาวคันชั่งและแมงป่อง ก่อนเข้าสู่กลุ่มดาวคนยิงธนูในปลายเดือน หากฟ้าเปิดอาจพอสังเกตได้ในเวลาเช้ามืดบริเวณใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกในช่วง 2-3 วันแรกของเดือนพฤศจิกายน หลังจากนั้นดาวพุธจะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ผ่านตำแหน่งร่วมทิศกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 25 พฤศจิกายน กลับมาปรากฏอีกครั้งในเวลาหัวค่ำตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2551

ดาวศุกร์ (โชติมาตร -4.1) เป็น "ดาวประจำเมือง" อยู่บนท้องฟ้าทิศตะวันตกในเวลาหัวค่ำ ต้นเดือนดาวศุกร์อยู่ในกลุ่มดาวคนแบกงู ย้ายเข้าไปในกลุ่มดาวคนยิงธนูตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน และอยู่ในกลุ่มดาวนี้ตลอดทั้งเดือน ค่ำวันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน จะเห็นดวงจันทร์เสี้ยวอยู่ใกล้ดาวศุกร์ด้วยระยะเชิงมุมประมาณ 3 องศา

วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน กล้องโทรทรรศน์จะส่องเห็นดาวศุกร์ผ่านใกล้ดาวทีตาคนแบกงูซึ่งเป็นดาวฤกษ์โชติมาตร 3.3 ติดกันยังมีดาวโชติมาตร 6 อีกดวงหนึ่ง หลังจากนั้นจะสังเกตได้ว่าดาวศุกร์เข้าใกล้ดาวพฤหัสบดีที่อยู่สูงเหนือขึ้นไปมากยิ่งขึ้น ดาวเคราะห์ที่สว่างที่สุดสองดวงนี้จะเข้าใกล้กันในวันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม 2551 ด้วยระยะ 2 องศา และเป็นการบังเอิญที่มีจันทร์เสี้ยวมาอยู่ใกล้ ๆ ด้วยในวันนี้ ห่างจากดาวศุกร์กับดาวพฤหัสบดีไม่เกิน 3 องศา

ดาวอังคาร (โชติมาตร +1.4) ตลอดเดือนพฤศจิกายน ดาวอังคารเคลื่อนผ่านกลุ่มดาวคันชั่ง แมงป่อง และกลุ่มดาวคนแบกงู มันยังคงอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์จึงไม่สามารถสังเกตเห็นได้ เดือนกุมภาพันธ์ 2552 จึงจะเริ่มเห็นดาวอังคารบนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด

ดาวพฤหัสบดี (โชติมาตร -2.0) อยู่ในกลุ่มดาวคนยิงธนู เห็นอยู่สูงเหนือขอบฟ้าประมาณ 40 องศาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในเวลาพลบค่ำ ต้นเดือนดาวพฤหัสบดีตกลับขอบฟ้าในเวลาประมาณ 22.30 น. ปลายเดือนตกลับขอบฟ้าพร้อมกับดาวศุกร์ในเวลาก่อน 21.00 น. เล็กน้อย ค่ำวันที่ 3-4 พฤศจิกายน จะเห็นดวงจันทร์เสี้ยวอยู่ใกล้ดาวพฤหัสบดีด้วยระยะเชิงมุมประมาณ 6-7 องศา วันที่ 1 ธันวาคม ดาวศุกร์กับดวงจันทร์จะเคลื่อนมาใกล้ดาวพฤหัสบดีด้วยระยะเชิงมุมไม่เกิน 3 องศา

ดาวเสาร์ (โชติมาตร +1.0) อยู่ในกลุ่มดาวสิงโตบนท้องฟ้าทิศตะวันออกในเวลาเช้ามืด กลางเดือนเมื่อท้องฟ้าเริ่มสว่าง จะเห็นดาวเสาร์มีมุมเงยวัดจากขอบฟ้าประมาณ 50 องศา วันที่ 22 พฤศจิกายน จะเห็นจันทร์เสี้ยวอยู่ทางขวามือเยื้องไปทางด้านล่างของดาวเสาร์ ห่างกันประมาณ 7 องศา หากส่องดูดาวเสาร์ด้วยกล้องโทรทรรศน์จะเห็นว่าวงแหวนของดาวเสาร์แคบลงมาก อันเป็นผลจากการที่ระนาบวงแหวนกำลังจะตัดกับระนาบวงโคจรโลกในปี 2552

ดาวยูเรนัส (โชติมาตร +5.8) และดาวเนปจูน (โชติมาตร +7.9) อยู่ในกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำและกลุ่มดาวแพะทะเล ตามลำดับ สามารถสังเกตดาวยูเรนัสและดาวเนปจูนได้ดีที่สุดในช่วงเวลาประมาณ 19.00 - 23.00 น. โดยเลือกวันที่ไม่มีแสงจันทร์รบกวน แผนที่ตำแหน่งดาวยูเรนัสและดาวเนปจูนกับเวลาดวงจันทร์ขึ้น-ตก ดูได้จากวารสารทางช้างเผือกฉบับคู่มือดูดาวประจำปี 2551

ดวงจันทร์ วันที่ 1 พฤศจิกายน ดวงจันทร์เสี้ยวอยู่ใกล้ดาวศุกร์ด้วยระยะเชิงมุมประมาณ 3 องศา วันที่ 3-4 พฤศจิกายน ดวงจันทร์เข้าใกล้ดาวพฤหัสบดีที่ระยะ 6 องศา จากนั้นดวงจันทร์สว่างครึ่งดวงในวันที่ 6 พฤศจิกายน จันทร์เพ็ญเดือนนี้ตรงกับวันที่ 13 พฤศจิกายน หลังคืนวันลอยกระทง

คืนวันที่ 13 ถึงเช้ามืดวันที่ 14 พฤศจิกายน กล้องสองตาอาจช่วยให้เห็นดวงจันทร์อยู่ใกล้กระจุกดาวลูกไก่ แต่จะสังเกตได้ยากเนื่องจากดวงจันทร์สว่างเกือบเต็มดวง เช้ามืดวันที่ 20 พฤศจิกายน ดวงจันทร์สว่างครึ่งดวงและอยู่ใกล้ดาวหัวใจสิงห์ จากนั้นวันที่ 22 พฤศจิกายน ดวงจันทร์ผ่านใกล้ดาวเสาร์ด้วยระยะห่าง 7 องศา วันที่ 26 พฤศจิกายน หรือก่อนจันทร์ดับหนึ่งวัน เป็นวันสุดท้ายที่เห็นดวงจันทร์เป็นเสี้ยวอยู่ใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกในเวลาเช้ามืด

ข้อมูลจาก http://thaiastro.nectec.or.th/skyevnt/planets/

 

จัดทำโดย ครูจิรวัฒน์  จวนทองรักษ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

โรงเรียนตะพานหิน อำเภอตะพานหิน  จังหวัดพิจิตร

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิจิตร เขต 2

Email :  krudang2499@hotmail.com