( ตอนที่ 1 อ่าวคุ้งกระเบน )
|
ปิดภาคเรียนปีนี้ "ครูแดง" ได้มีโอกาสพักผ่อนสบาย ๆ แบบครูท่านอื่น ๆ อยู่หลายวัน เลยมีโอกาสเก็บภาพ มาเล่าสู่กันฟัง ตามแบบฉบับของ "ครูแดง" ที่อาจจะกระท่อนกระแท่นไปบ้าง ตามประสาคนเขียนบทความไม่ค่อยแข็งแรง ไม่ว่ากันนะครับ คณะของเราวางแผนที่จะเดินทางพักผ่อนกันที่ระยอง และจันทบุรี เมื่อพร้อมแล้ว ออกเดินทางกันเลยครับ อ่าวคุ้งกระเบน ศูนย์ศึกษาพัฒนาป่าชายเลนโครงการในพระราชดำริ โครงการหนึ่งที่ศูนย์ทำขึ้นเพื่อให้ประชาชนที่สนใจเข้ามาศึกษาสภาพธรรมชาติ ก่อให้เกิดความเข้าใจระบบนิเวศในป่าชายเลนและรู้จักใช้ทรัพยากรเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด สะพานเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน ตั้งอยู่ตรงข้ามศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ใช้เวลาเพียง 30-45 นาที บนเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 1,600 เมตร ทอดผ่านป่าชายเลนที่มีพันธุ์ไม้หลายชนิด จะทำให้ได้รับความรู้ และความประทับใจในธรรมชาติ มีจุดสื่อความหมายธรรมชาติอยู่ตามบริเวณจุดต่าง ๆ ของสองข้างทาง ทำให้ทราบความสำคัญของป่าชายเลนนอกจากจะช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศน์ชายฝั่งแล้ว ยังทำให้เกษตรกรเลี้ยงกุ้งทะเลได้อย่างยั่งยืน เป็นที่อาศัยของสัตว์น้ำ และแหล่งอาหารธรรมชาติ ตลอดจนแหล่งสมุนไพรสำหรับชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบอีกด้วย นอกจากนี้จะเข้าใจได้ว่าไม้หลากชนิดในป่าชายเลนเกื้อกูลกันอย่างไร และมีประโยชน์กับเราอย่างไร อย่างเช่น ลำพูทะเล ที่งอกได้ดีในดินปนทราย จะเป็นผู้สะสมดินเลนทะเลเพื่อเตรียมพื้นที่ให้ไม้อื่นได้งอกงามและก่อประโยชน์เป็นทอด ๆ ต่อกันไป ไม้แสมขาว นอกจากทำเป็นฟืนได้ หากแก่นยังนำไปต้มกับแก่น แสมสาร (ขี้เหล็กป่า) ช่วยขับโลหิตเสียของสตรีได้ กระพี้ เป็นยาแก้พิษงู ควันที่เกิดจากการเผาไหม้ของ ต้นตาตุ่มทะเล ใช้รักษาโรคเรื้อนได้ดี ประสักดอกแดง ที่ใช้ประโยชน์ได้ทั้งลำต้น ฝักนำมาเชื่อมทานได้ เนื้อไม้แข็งใช้ทำฟืน เครื่องมือประมง หรือสร้างบ้าน และเปลือกนำมาย้อมหนังได้ ไม้โกงกาง นอกจากนำมาผลิตถ่านคุณภาพดีที่ให้ความร้อนสูงถึง 7,300 แคลอรี่ต่อกรัม คุนานและมีขี้เถ้าน้อย ยังนำมาทำเยื่อกระดาษได้ เปลือกเมื่อนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ท้องร่วง อาเจียน และเปลือกตำละเอียดนำมาพอกแผลสด ห้ามเลือดได้ดี ในป่าชายเลนแห่งนี้ยังมีไม้อีกหลายชนิดที่นำมาทำประโยชน์ได้อีกมหาศาล น่าเสียดายที่วันที่คณะของเราเดินทางไปถึง มีฝนตกลงมา ถึงแม้จะไม่หนักมาก แต่ก็ทำให้เปียกไปทั้งตัวได้เหมือนกัน "ครูแดง" ยืนหลบฝนอยู่นานเลยเก็บภาพเม็ดฝนหยดจากหลังคามาให้ดู พอก้มลงไปมองที่พื้น คิดว่าจะได้พบกับ..ปลาตีน..ที่หน้าตาตลก ๆ มีแต่ลูกตาโต ๆ เหมือนในหนังโฆษณาในทีวีตอนนี้ แต่ไม่พบ กลับพบแต่ปูทะเลเต็มไปหมด มีสีสันสวยงามมาก ตัวกระดองเป็นสีน้ำเงินเหลือบ ๆ ก้ามสีแดง วิ่งไปวิ่งมาตามพื้น เดี๋ยวตัวนั้นลงรู ตัวนี้ออกจากรู เพื่อหาอาหารกิน นั่งมองเพลินจริง ๆ ที่ประทับใจสุด ๆ กลับเป็นห้องน้ำครับ มีปั๊มน้ำมันหลายแห่งติดป้าย "สุดยอดส้วมแห่งปี" แต่พอแวะเข้าไป ไม่ค่อยสะอาดและประทับใจเท่าไร แต่ที่นี่ "ห้องน้ำสาธารณะเพื่อการท่องเที่ยว" เพิ่งพบเป็นแห่งแรก ที่นี่ที่เดียว ไม่ทราบว่ามีใครเคยพบที่อื่นหรือไม่ แต่ "ครูแดง" เที่ยวมาหลายสิบจังหวัดยังไม่เคยเจอ มองภายนอกนึกว่าเป็นบ้านพัก บรรยากาศดีจริง ๆ ภายในยิ่งสวย และสะอาดจนน่าเข้าไป นั่ง ๆ นอน ๆ ..แต่ไม่กล้าเอากล้องเข้าไปบันทึกภาพ เดี๋ยวจะนึกเป็นอย่างอื่นไป...ต้องอย่างนี้ซิ ถึงจะเรียกว่า "ห้องสุขา"...ห้องแห่งความสุข ขณะเดินทางออก มองเห็นคล้ายสัปปะรด แต่ไหงขึ้นไปอยู่บนยอดยังงั้นล่ะ เข้าไปดูใกล้ ๆ ถึงรู้ว่าไม่ใช่ แต่ติดป้ายไว้ว่าเป็น เตยทะเล ที่นี่ยังมีความรู้ ความงดงามจากธรรมชาติอีกมากมายที่จะได้รับจากสถานที่แห่งนี้ถ้าท่านตั้งใจจะไปสัมผัสอย่างแท้จริง เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.30-18.00 น. เดี๋ยวเราเดินทางไปต่อกันที่น้ำตกพลิ้วดีกว่าครับ |
จัดทำโดย ครูจิรวัฒน์ จวนทองรักษ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
โรงเรียนตะพานหิน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิจิตร เขต 2
Email : krudang2499@hotmail.com