
|
ดีใจเหมือนไม่ได้เจอเพื่อที่จากไปนานแสนนาน...กลับมาจากพิษณุโลกเมื่อวันวาน เนื่องมาจากพาลูก ๆ ไปตอบปัญหาวิทยาศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดขึ้น ถึงโรงเรียนเอาตอนเย็น ๆ พอดี ขณะที่กำลังขี่รถเล่น เพื่อดูสภาพโรงเรียนหลังฝนตกลงมาอย่างหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา พลันสายตาก็เหลือบไปเห็น...ใช่แล้ว...เป็นเธอแน่ ๆ แมงปอเพื่อนรัก ไม่เห็นเธอมานานหลายปี จนถึงกับประกาศให้ทุนแก่นักเรียน ที่ตั้งใจทำวิจัยเกี่ยวกับ แมงปอ มา 2 ปี แต่ไม่มีนักเรียนคนไหนรับปาก เพราะ นักเรียนก็บอกว่า ไม่เคยเห็นมาหลายปีแล้วครับ
ภาพนี้มาจาก
ตากล้องดอทคอม ครับ สวยมาก ๆ คิดถึงสมัยเมื่อตอนเป็นเด็ก ๆ เห็นแมลงปอบินวนเวียนไปมาในสนามหญ้า
ที่พวกเราชอบนัดไปเตะบอลกันในตอนเย็น เพื่อน ๆ บางคนชอบจับมันมาทรมาน
โดยเอาไม้กวาดเสียบตูดแมงปอ แล้วให้มันบินแข่งกัน ตามประสาเด็ก แต่เราจับมันมา
แล้วเอายุงป้อนให้มันกิน...ตัวแล้ว..ตัวเล่า...มันกินเก่งจริง ๆ นะครับ
กินยุงได้เป็นสิบ ๆ ตัวเลยทีเดียว พอมันอิ่มดี ก็ปล่อยมันไป
เอาตัวใหม่มาป้อน..แบบนี้ก็มีความสุข
นี่ก็อีกภาพนึง ที่ดูแล้วสบายตาไปกับความสวยงาน และธรรมชาติของแมงปอ ที่เรากลัวว่าจะสูญพันธุ์ เพราะทุกวันนี้ชาวนาไทย ประเคนใส่กันสุด ๆ ทั้ง ปุ๋ยนา ยาฆ่าแมลง ยากำจัดวัชพืช ยาฆ่าหอยเชอรี่ ยาเบื่อหนู....แล้วก็อีกสารพัด ที่จะใส่ลงไปในนา พอมีฝนตกลงมา มันก็ละลายลงไปในน้ำ ที่ขังอยู่ในนานั่นแหละ บางปีปลาที่อยู่ในนาทนไม่ไหว เพราะสะสมพิษถึงขีดสูงสุด ก็ตัวเน่าเปื่อย เป็นแผล ตายลอยเป็นแพ ขนาดปลาตัวใหญ่ ๆ ยังทนพิษจากสารเคมีไม่ไหว แล้วแมงปอตัวน้อย ๆ เจอแค่ยาฆ้าแมลงก็ตาบเรียบแล้วครับ แล้วปีหนึ่ง ๆ ทำนา 3 รอบ ฉีดยากกันไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง จะไม่ให้เป็นห่วงว่าจะสูญพันธุ์ได้อย่างไร แล้ววันนี้ตื่นเช้าขึ้นมาก็พบว่า ที่สวนหน้าบ้านของเราก็มีแมงปอมาบินวนเวียนอยู่ด้วย ต้องบันทึกไว้เลยว่า วันที่ 17 สิงหาคม 2553 ...แมงปอกลับมาแล้ว...
เจ้าตัวนี้สีสวย สดใสมาก ๆ จนทำให้นึกถึงนิทานความรัก เกี่ยวกับเรื่อง แมงปอ ที่อยากนำมาบอกต่อให้ลองอ่านดู
มาดูข้อมูลความรู้เกี่ยวกับแมงปอกันมั่ง จากเว็บ Yahoo! รู้รอบ - แมลงปอในประเทศไทยมีกี่ชนิด แมลงปอ ( Dragonfly ) เป็นแมลงมีปีก 4 ปีก กินแมลงเป็นอาหาร บางคนเรียกว่า นักล่าแห่งเวหา เพราะมีความสามารถในการบินสูงมาก แมลงปอสามารถบินได้ไกลถึง 100 ก.ม. การขยับปีกขึ้น-ลง จะใช้ความเร็วเฉลี่ยประมาณ 500 ครั้งต่อวินาทีประเภทและชนิด แมลงปอในโลกนี้มีอยู่มากกว่า 5,000 ชนิด(species) จัดอยู่ประมาณ 500 สกุล ซึ่งศาสตราจารย์ G.H.Carpenter ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ แบ่งแมลงปอออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ โดยดูจากลักษณะของเส้นปีก รูปร่างปีก และลักษณะการวางปีกขณะเกาะอยู่ แบ่งเป็น 1. กลุ่มแมลงปอบ้าน มีลักษณะตัวใหญ่ สีเข้ม หัวโต ตากว้างแต่ไม่โปน ปีกคู่หลังใหญ่กว่าปีกคู่หน้า เวลาเกาะจะกางปีกในแนวราบ 2. กลุ่มแมลงปอเข็ม มีตัวเล็ก ตาโปน ปีกคู่หลังมีขนาดเท่ากับปีกคู่หน้า เวลาเกาะจะหุบปีก ในประเทศไทยมีการค้นพบแมลงปอมากกว่า 295 ชนิด ประวัติการศึกษาแมลงปอในไทย แมลงปอชนิดแรกและเป็นชนิดเดียวจากไทยที่ได้รับการตั้งชื่อในปี ค.ศ. 1877 คือเมื่อหนึ่งร้อยกว่าปีมานี่เอง เป็นแมลงปอเข็มชนิดหนึ่งที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ Stenobasis oscillansแต่ชื่อของแมลงปอชนิดนี้ในปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเป็น Arcbibasis oscillans (Selys) ส่วนชื่อวิทยาศาสตร์ของแมลงปอที่เก่าแก่ที่สุด ที่พบได้ในประเทศไทย แต่ได้รับการตั้งชื่อมาก่อนจากประเทศอื่นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1770 คือนานกว่าสองร้อยปีมาแล้ว ได้แก่ Libellula servilia และ Libellula sabina แมลงปอทั้ง 2 ชนิดนี้ปัจจุบันได้แก้ไขชื่อเป็นแมลงปอบ้านบ่อ Crocothemis servilia servilia- (Drury) และแมลงปอบ้านเสือลาย Orthetrum sabina sabina (Drury) จัดเป็นแมลงปอบ้านที่หาง่ายมากและมีทั่วไปแทบทุกหนทุกห่งอย่างกว้างขวางในหลายส่วนของโลก ในปี ค.ศ. 1904 มาร์ติน(Martin) ชาวฝรั่งเศส ได้รายงานแมลงปอที่จับจากเขตอินโดจีน โดยมีหลายสิบชนิดถูกระบุว่าพบจากไทยและมีแมลงปอเสือ 1 ชนิดคือ Heterogomphus-unicolor เป็นแมลงปอชนิดใหม่ที่พบและอาจเป็นตัวที่ 2 ที่ได้รับการตั้งชื่อจากไทย แมลงปอทั้งหมดนี้ได้จากคณะสำรวจมิชชั่นพาวี (Mission Pavie) ระหว่างปี ค.ศ. 1879-1895 ต่อมาเซอร์วิลเลียมสัน ( Sir W. Williamson ) ชาวอังกฤษได้รวบรวมแมลงปอจากไทยที่จับในปี ค.ศ.1923-1924 ส่งไปให้เฟรเซอร์ ( Fraser ) เขียนเป็นรายงานออกมาในปี ค.ศ.1927 ซึ่งเป็นแมลงปอที่ มากถึง 2,890 ตัว ในปีเดียวกันนั้นเอง เลดลอว์ ( Laidlaw ) ได้พบแมลงปอบ้านชนิดใหม่จากไทยและตั้งชื่อไว้ว่า Urothemis abbotti เลดลอว์ได้สำรวจแมลงปอ ในเขตภาคใต้ของไทย ได้เขียนเป็นรายงานออกมาในปี ค.ศ1931 อีก 1 ปี ถัดมา เฟรเซอร์ได้รายงานแมลงปอที่ ดร.เคอร์ (Dr. kerr) จับได้จากอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีแมลงปอชนิดใหม่ถึง 3 ชนิดต่อมาในปี ค.ศ. 1933,1934 และ1936 เฟรเซอร์ได้พิมพ์ตารางเกี่ยวกับแมลงปอจากเขตอินเดีย(รวมถึงอินโดจีนและไทยด้วย) มีทั้งหมด 3 เล่มใหญ่ ( Fauna of British India Vol. 1-3 ) จัดเป็นตำราที่ทรงคุณค่าและยังใช้ได้ดีมากจนถึงปัจจุบัน ลิฟทิ้งค์ ( Lieftinck ) เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านแมลงปออีกท่านหนึ่ง ที่ทำการสำรวจและรายงานแมลงปอจากมาเลเซียและภาคใต้ของไทยได้พิมพ์ผลงานไว้ในปี ค.ศ. 1954 ซึ่งค่อนข้างจะก้าวเข้าสู่ยุคปัจจุบันมากขึ้น.
|
สนใจ ให้คำแนะนำ การเพาะพันธุ์ และการเลี้ยงแมงปอ ติดต่อแจ้งมาที่ "ครูแดง" ได้เลยครับ
จัดทำโดย ครูจิรวัฒน์ จวนทองรักษ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
โรงเรียนตะพานหิน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิจิตร เขต 2
Email : krudang2499@hotmail.com