เนื้อหา สาระ ความรู้ พบกันได้ที่   new.krudang.com   และ  www.kunnatum.net

ปิดภาคเรียนอย่างนี้ หลายคนคงมีเวลาว่าง "ครูแดง" เลยอยากจะฝาก

กระบวนการทางปัญญา

ที่เขียนโดย ศ.นพ.ประเวศ  วะสี ให้ได้อ่านกันครับ

 

Photobucket

ชายจีนคนหนึ่งแบกถังน้ำสองใบไว้บนบ่า
เพื่อไปตักน้ำที่ริมลำธาร

ถังน้ำใบหนึ่งมีรอยแตก

ในขณะที่อีกใบหนึ่งไร้รอยตำหนิ
และสามารถบรรจุน้ำกลับมาได้เต็มถัง

แต่ด้วยระยะทางอันยาวไกล จากลำธารกลับสู่บ้าน

จึงทำให้น้ำที่อยู่ในถังใบที่มีรอยแตกเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว

 

Photobucket

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ดำเนินมาเป็นเวลา 2 ปีเต็มที่คนตักน้ำสามารถตักน้ำกลับมาบ้านได้หนึ่งถังครึ่ง

ซึ่งแน่นอนว่าถังน้ำใบที่ไม่มีตำหนิจะรู้สึกภาคภูมิใจ
ในผลงานเป็นอย่างยิ่ง

ในขณะเดียวกันถังน้ำที่มีรอยแตกก็รู้สึก
อับอายต่อความบกพร่องของตัวเอง

มันรู้สึกโศกเศร้ากับการที่มันสามารถทำหน้าที่ได้
เพียงครึ่งเดียวของจุดประสงค์ ที่มันถูกสร้างขึ้นมา

 

Photobucket

หลังจากเวลา 2 ปี ที่ถังน้ำที่มีรอยแตกมองว่าเป็นความล้มเหลวอันขมขื่น

วันหนึ่งที่ข้างลำธาร มันได้พูดกับคนตักน้ำว่า

'ข้ารู้สึกอับอายตัวเองเป็นเพราะรอยแตกที่ด้านข้างของตัวข้า

ทำให้น้ำที่อยู่ข้างในไหลออกมาตลอดเส้นทาง
ที่กลับไปยังบ้านของท่าน
'

Photobucket

คนตักน้ำตอบว่า 'เจ้าเคยสังเกตหรือไม่ว่ามีดอกไม้เบ่งบานอยู่ตลอดเส้นทางในด้านของเจ้า

แต่กลับไม่มีดอกไม้อยู่เลยในอีกด้านหนึ่ง

Photobucket

เพราะข้ารู้ว่าเจ้ามีรอยแตกอยู่ ข้าจึงได้หว่านเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ลงข้างทางเดินด้านของเจ้า

และทุกวันที่เราเดินกลับ ...
เจ้าก็เป็นผู้รดน้ำให้กับเมล็ดพันธุ์เหล่านั้น

เป็นเวลา 2 ปี ที่ข้าสามารถที่จะเก็บดอกไม้สวย ๆ
เหล่านั้นกลับมาแต่งโต๊ะกินข้าว

ถ้าหากปราศจากเจ้าที่เป็นเจ้าแบบนี้แล้ว ...
เราก็คงไม่อาจได้รับความสวยงามแบบนี้ได้
'

Photobucket

คนเราแต่ละคนย่อมมีข้อบกพร่องที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง

แต่รอยตำหนิและข้อบกพร่องที่เราแต่ละคนมีนั้น

อาจช่วยทำให้การอยู่ร่วมกันของเราน่าสนใจ
และกลายเป็นบำเหน็จรางวัลของชีวิตได้

สิ่งที่ต้องทำก็เพียงแค่ยอมรับคนแต่ละคนในแบบที่เขาเป็น

และมองหาสิ่งที่ดีที่สุดในตัวของพวกเขาเหล่านั้นเท่านั้นเอง

Photobucket

มองโลกหลายๆ ด้าน เพราะคนเราไม่ได้มีแต่ข้อเสียเท่านั้น

ขอขอบพระคุณต้นกำเนิดของ FW ฉบับนี้ครับ

          ในใจคิดว่ามีเรื่องอยากจะเขียนอีกมากมาย แต่พอดีปิด 4 วันที่ผ่านมา มีโอกาสเข้าไปที่ร้าน 7-11พบ VCD ที่น่าสนใจแผ่นนึง ชื่อ CEO ธรรมะ พบ CEO โลก วันนี้พอมีเวลาเหลือ เลยเปิดดู แล้วเกิดความรู้สึก อยากให้ทุกคนได้ดู
 
 ได้ดูแล้ว รู้สึกว่าได้อะไรมากมาย เพราะทั้ง 2 ท่าน เอ๊ย ต้องบอกว่า 1 ท่าน กับ 1 รูป เป็นสุดยอด CEO ในโลกยุคปัจจุบันนี้จริง ๆ  เลยอยากจะขอเชิญชวน พ่อ แม่ พ ี่น้อง ช่วยกันอุดหนุน เพราะรายได้ทั้งหมด สมทบทุนสร้างสถาบัน วิมุตตยาลัย (วัดป่าชานเมือง) อันเป็นสถาบันเพื่อการเผยแพร่พระพุทธศาสนาเชิงรุก โดย พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ( ว.วชิรเมธี ) เรื่องราวดี ๆ อย่างนี้ ช่วยกันส่งเสริมหน่อนครับ "ครูแดง" จะพยายามติดตามข่าว แล้วนำมาแจ้งให้ทราบต่อไป

อ่านข้อความบางส่วน   ได้ที่นี่

          อย่างที่บอกกันไว้แหละครัีบ ว่าปีนี้ เป็นปีแห่งการนำหลักการ คุณธรรมนำความรู้ มาสู่การปฏิบัติจริง เพื่อถ่ายทอดให้ถึงตัวนักเรียน สังคมทุกวันนี้ หาตัวอย่างดีดีให้เป็นแบบอย่างแก่นักเรียนได้ยากขึ้นทุกวัน คงต้องหันหน้าเข้าหาวัด อย่างน้อยก็มีที่สงบ ร่มรื่น และมีบรรยากาศ ที่ชวนให้ทำความดี มากกว่าสถานที่อื่น ๆ ครูอรศญา จวนทองรักษ์ หัวหน้างานคุณธรรม จริยธรรม โรงเรียนตะพานหิน และคณะครู จึงนำนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ไปเข้าค่ายพุทธบุตร ที่วัดสันติวัน อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก
 
น่าเสียดายที่งานนี้ "ครูแดง" ไม่ได้เดินทางไปด้วย จึงบรรยายภาพไม่ค่อยถูก
อ่านรายละเอียดที่นี่

          ต้องขอบอกกันก่อนครับว่าช่วงนี้ กำลังเน้นหนักไปที่กิจกรรม คุณธรรมนำความรู้ จริง ๆ เพราะ "ครูแดง" มีความเชื่อเหมือนท่าน ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ที่ว่า เมื่อนักเรียนเป็น "คนดี" แล้ว เขาจะกลายเป็น "คนเก่ง" ได้เอง เพราะคนดี ย่อมรู้หน้าที่ ที่ตนเองจะต้องปฏิบัติ นักเรียนที่ดี ย่อมรู้หน้าที่ ว่ามีหน้าที่อะไร สัปดาห์ที่ผ่านมา จึงได้นำนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 เดินทางไปเข้าค่ายพุทธบุตร เพื่ออบรมคุณธรรม จริยธรรม ที่วัดชีป่า อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี

        และต้องขอขอบคุณคณะครูโรงเรียนตะพานหิน เป็นอย่างสูง ที่ให้ความร่วมมือในกิจกรรมครั้งนี้เป็นอย่างดียิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณครูดรุณ เพ็ชรโต หัวหน้าระดับ และคุณครูที่ปรึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่กรุณาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

อ่านรายละเอียดที่นี่

          ระหว่างวันที่ 23 - 25 มิถุนายน ที่ผ่านมา "ครูแดง" ได้มีโอกาสร่วมงานกับ งานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม โรงเรียนตะพานหิน โดยมี ครูอรศญา จวนทองรักษ์ เป็นหัวหน้าทีม นำนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนตะพานหิน ไปเข้าค่ายพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมต้านภัยยาเสพติด ที่วัดบางมูลนาก อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร งานนี้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้รับเรื่องราวดี ๆ กลับมามากมาย ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการเตรียมตัวสู่โลกอุดมศึกษาที่จะมาถึงอันใกล้นี้ และต้องบอกว่าเสียดายกับนักเรียนที่มีข้ออ้างสารพัดที่ไม่ยอมไปเข้าค่ายในครั้งนี้

ชมอัลบัมภาพประทับใจ  ได้ที่นี่  ชุดที่2

          นอกจากนั้นงานนี้ "ครูแดง" ยังได้พบบทสวดสรรเสริญพระคุณบิดามารดาที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง เลยขอนำมาฝากกันไว้ ณ ที่นี้ครับ

ชมและฟังเสียงบทสวด ได้ที่นี่

          ในช่วงปิดภาคเรียนที่ผ่านมา "ครูแดง" กะ "ครูโหนง" พร้อมคณะครูโรงเรียนตะพานหิน 10 ท่าน ได้เดินทางไปเข้ารับการสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง "เส้นทางคุณธรรมนำความรู้ สู่เป้าหมายสังคมสันติประชาธรรม" ที่คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดขึ้น ในงานนี้ ได้มีโอกาสพบกับท่าน ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ที่ "ครูแดง" นำแนวคิด และวิธีการของท่าน มาใช้ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ตามหลักการ คุณธรรมนำความรู้ อย่างได้ผล

ประวัติและผลงานบางส่วนของท่าน

          การจัดการเรียนรู้ที่เน้น "คุณธรรมนำความรู้" ตามแนวการจัดการศึกษาที่ผสมผสานแนวคิดจากโรงเรียนอมาตยกุล ของท่าน อาจารย์เกียรติวรรณ อมาตยกุล กับโรงเรียนสัตยาไสย ของท่าน ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ออกมาเป็นสไตล์ "ครูแดง" ตามสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน

 

        ผลที่ได้เลยออกมาเป็นภาพที่น่ารักแบบนี้ ภายหลังจากทบทวน  “คำสัญญาของเรา     พวกเราทุกคนเป็นคนดี     เรารักโรงเรียน     เรารักคุณครู     เรารักเพื่อน ๆ   เรารักตัวเอง   และจะตั้งใจเรียน   เพื่ออนาคตของตัวเอง    เพื่อชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล    เพื่อศักดิ์ศรีลูก ต.พ.  พวกเราสัญญาครับ/ค่ะ”  <คลิ๊กเพื่อฟังเสียง>เพื่อเป็นการตอกย้ำตามแนวคิดนีโอฮิวแมนนิสต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะเป็นการนั่งสมาธิตามเสียงที่ "ครูแดง" พยายามจัดทำขึ้น เพื่อให้นักเรียนลองนั่งสมาธิ ในเวลาประมาณ 5 นาที จนเกิดผลที่เห็นในภาพ

        อยากทราบว่า ภายหลังการนั่งสมาธิตามเสียงแล้วเป็นอย่างไร ลองสอบถามจากคนที่เห็นในภาพได้นะครับ สำหรับวันนี้มีงานวิจัยที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟัง พบว่ามีงานวิจัยเป็นจำนวนมากพบว่าการสัมผัสมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อชีวิตของคนเรา และพบว่า "คนเราต้องการการสัมผัสอย่างน้อยวันละสี่ครั้งเพื่อการมีชีวิตรอด  แปดครั้งเพื่อการมีชีวิตอยู่อย่างปกติ  และ สิบสองครั้งเพื่อการมีชีวิตอย่างมีความสุข" ....วันนี้ คุณกอดลูกคุณหรือยัง...

ฟังเสียงประกอบการนั่งสมาธิ

ผลจากการนั่งสมาธิตามแนวคิดของท่าน

 
  hand01_next.gif  ใครว่าเวรกรรมไม่มีจริง "ครูแดง" ต้องขอเถียงอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยุคนาโนเทคโนโลยี อย่างนี้ กรรมติดจรวดทันตาเห็นเลยทีเดียว ก่อนอื่นต้องขอท้าวความให้ได้ทราบกันสักเล็กน้อยว่า  ที่จริง "ครูแดง" เป็นคนที่ไม่ค่อยจะเชื่อเรื่องเวรกรรมสักเท่าไร ก็เป็นลักษณะของผู้ที่เรียนวิทยาศาสตร์ทั่วไปกระมัง...อันนี้ "ครูแดง" คิดเอง ใน 1 ปี จะได้มีโอกาสได้ใส่บาตรสักครั้ง ก็วันครบรอบวันเกิด ที่แม่ของ "ครูแดง" พยายามปลุกให้ตื่นมาใส่บาตรด้วยนั่นแหละ เพราะโดยปกติแล้ว จะเป็นคนที่นอนดึก ตื่นสายจนเป็นนิสัย(ค่อนข้างจะถาวร) แต่เดี๋ยวนี้ เป็นคนนอนดึก ตื่น(ค่อนข้าง)เช้าไปแล้ว ตามการขอร้องแกมบังคับของ "ครูโหนง" เจ้าของเว็บไซต์ www.kunnatum.net เลยได้มีโอกาสใส่บาตรทุกวัน เว้นวันพระ เพราะท่านไม่มาบิณฑบาตรจนเดี๋ยวนี้เป็นคนใจเย็นขึ้นมาก ๆ ...ถามเด็ก ๆ ที่ "ครูแดง" สอนดูก็ได้ และด้วยความที่ตั้งใจสั่งสอนเด็กให้เป็นคนดี มีคุณธรรมตามกระบวนการ "คุณธรรมนำความรู้" ทำให้มีโอกาสได้พบกับเด็ก ดี ๆ ที่จังหวัดอุดร
       เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อครั้งที่ไปทัศนศึกษาอีสาน - ลาว ที่โรงเรียนจัดขึ้น วันที่เราแวะรับประทานอาหารเย็นที่จังหวัดอุดรนั้น
"ครูแดง" ได้ลืมกล้องถ่ายวิดีโอ ที่บันทึกการทัศนศึกษาครั้งนี้ไว้ที่โต๊ะอาหาร แต่โชคดีเหลือเกิน ที่ได้มีโอกาสพบกับเด็กดี ๆ จากโรงเรียนอุดรพัฒนาการ ที่นั้งรับประทานอาหารอยู่ที่โต๊ะเดียวกัน ช่วยนั่งเฝ้าเพื่อรอว่าสักครู่ คงจะกลับมารับ แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่มาสักที ..."ครูแดง"มัวเพลินกับการเดินชมตลาดยามค่ำคืนของที่นั่น...เด็ก ๆ จึงตัดสินใจออกเดินตามหาจนเจอ"ครูแดง"ในตลาด ...ถ้าไม่ใช่ผลบุญก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว เพราะคนเดินตลาดมากมายเหลือเกิน แล้วก็ไม่ใช่ตลาดเล็ก ๆ ขนาดใช้เวลาเดินเป็นชั่วโมงยังไม่ทั่วเลย...จึงขอประกาศรายชื่อนักเรียนที่ทำความดีไว้ ณ ที่นี้

1.นางสาววายุพักตร์  จันทะเมธี
2.นางสาวสุภาพร  เจริญนอก  
3.นางสาวพนมพร  พันธะสี     
4.นางสาวสุกัญญา  ฉายอรุณ
5.นายมุนินทร์  พูลศิริ             
6.นายปรินทร  ไชยคำจันทร์    

     ทั้งหมดนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ของ โรงเรียนอุดรพัฒนาการ จังหวัดอุดร ซึ่งต้อขอขอบใจนักเรียนทั้ง 6 คนที่
ทำความดีในครั้งนี้ และต้องขอขอบคุณ คุณพ่อคุณแม่ของนักเรียนทั้ง 6 คน รวมทั้งโรงเรียนอุดรพัฒนาการ ที่ได้อบรมสั่งสอน
นักเรียนจนเป็นนักเรียนดี ที่หาได้ยากในยุคปัจจุบัน ทางโรงเรียนตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ได้ทำหรังสือขอบคุณไปยังโรงเรียน
และทำเกียรติบัตรเพื่อมอบให้กับนักเรียนทั้ง 6 คนด้วยแล้ว คงจะได้รับตอนเปิดภาคเรียน
     หากนักเรียนทั้ง 6 คน หรือใครที่รูจักนักเรียนกรุณาติดต่อที่ krudang2499@gmail.com เพื่อมอบรางวัลความดีให้เป็นกำลังใจ
ในการที่จะทำความดีต่อไป
 

8 ความดีที่เริ่มจากตัวคุณเอง
 
1. ทำดีง่ายๆ เริ่มต้นที่กายแข็งแรง

รู้จักดูแลสุขภาพของตนเอง     ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ     เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์

อย่ากินตามใจปากจนอ้วนเกินไป     นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

2. ทำดีง่ายๆ ทำใจให้เป็นสุข

รู้จักลด ละ เลิก อบายมุขทั้งหลาย     ลดละการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่สูบบุหรี่และใช้ยาเสพติด ชำระใจให้สะอาด
มีสติเป็นเครื่องเตือนใจเพื่อดำเนินชีวิตให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท และรู้จักปกป้องตัวเองจากอบายมุข

3. ทำดีง่ายๆ กับครอบครัวและคนใกล้ตัว

รู้จักการแบ่งปัน หยิบยื่นความรักและความปรารถนาดีแก่ผู้อื่นๆ     เริ่มจากคนใกล้ตัว พ่อแม่ พี่น้อง สามีภรรยา ลูก และเพื่อนฝูง

ผิดใจก็รู้จักอภัย ชื่นชมและให้กำลังใจกันเสมอ     ครอบครัวร่วมทำดีด้วยสิ่งที่มีคือความรักและความรู้

4. ทำดีง่ายๆ ด้วยการอาสาช่วยเหลือสังคม

รู้จักการเสียสละเวลาและพละกำลังมาเป็นอาสาสมัครเพื่อส่วนรวม     มีจิตอาสา เป็นรูปธรรมของความเมตตากรุณาที่เชื่อมร้อยพลังน้ำใจ

เป็นการทำความดีอย่างมีความสุขโดยไม่หวังผลตอบแทน

5. ทำดีง่ายๆ ห่วงใยสิ่งแวดล้อม

ลดการเพิ่มขยะและงดใช้ถุงพลาสติกโดยไม่จำเป็น     ท่องให้ขึ้นใจใช้ถุงผ้า     รีไซเคิล     จะทิ้งต้องลงถัง

เก็บ กวาด ให้บ้านสะอาด     ที่ทำงานสดใส สังคมก็จะน่าอยู่

6. ทำดีง่ายๆ ปลูกต้นไม้ถวายเป็นพระราชกุศล

มีส่วนร่วมในการช่วยลดภาวะโลกร้อนแบบง่ายๆ ปลูกต้นไม้คนละต้น     ปลูกทุกครั้งเมื่อมีโอกาสปลูกได้ใกล้ๆ ตัว

ให้ความร่มเย็น ช่วยสร้างสมดุลธรรมชาติ และยังต่อชีวิตแด่คนรุ่นหลัง

7. ทำดีง่ายๆ รักพ่อต้องพอเพียง

ประหยัด และอดออมให้ขึ้นใจ ยิ่งใช้น้อยลง ยิ่งเหลือเก็บมาก

จ่ายในสิ่งที่จำเป็น ไม่ฟุ้งเฟ้อ เมื่อใช้จ่ายอย่างพอดี บริโภคอย่างพอเพียง     ชีวิตจะสุขเพียงพอ

8. ทำความดีง่ายๆ ด้วยการให้และบริจาค

รู้จักเป็นผู้ให้มากกว่าเป็นผู้รับ     บริจาคทาน เสียสละทรัพย์ตามกำลัง ไม่ต้องมากมายด้วยการให้`จากใจที่บริสุทธิ์
และบริจาคสิ่งของ โลหิต อวัยวะ และทรัพย์เพียงเล็กน้อยเพื่อส่วนรวมย่อมจะพบกับความสุขสบายใจอย่างแท้จริง

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดที่จะกล่าวได้ กับการจากไปของ พระพรหมมังคลาจารย์ หรือ
หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ แห่งวัดชลประทานรังสฤษฏ์อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมา
 

            “หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ” มีนามเดิมว่า ปั่น เสน่ห์เจริญ เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ.2454 ที่ ต.คูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พัทลุง มีชื่อเล่นว่า ขาว เป็นบุตรนายวัน-นางคล้าย เสน่ห์เจริญ มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 5 คน ท่านเป็นบุตรคนที่ 4 มีพี่สาว 2 คน พี่ชาย 1 คน น้องสาว 1 คน ชีวิตในวัยเด็กเข้าศึกษาชั้น ป. 1 ที่โรงเรียนประจำอำเภอเมือง จ.พัทลุง เมื่อปี พ.ศ.2462 เรียนจบชั้น ป. 3 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดในการศึกษาสมัยนั้น แล้วย้ายไปศึกษาต่อชั้นมัธยมที่โรงเรียนประจำจังหวัดพัทลุง ขณะเรียน ม. 4 ต่อได้ครึ่งปี บิดาป่วยทำให้ต้องลาออกมาช่วยเหลือครอบครัว

            ขณะมีอายุ 18 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดอุปนันทาราม อ.เมือง จ.ระนอง และเรียนนักธรรมไปพร้อมกัน โดยสอบนักธรรมตรีได้ที่ 1 เมื่ออายุ 20 ปี อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ที่วัดนางลาด อ.เมือง จ.พัทลุง ได้รับฉายาว่า ปญฺญานนฺโท ระหว่างปี 2475-2476 หลวงพ่อเดินทางไปเผยแผ่พุทธศาสนาในต่างประเทศหลายประเทศ จนได้ชื่อว่าเป็นพระสงฆ์รูปแรกของไทย ที่เดินทางไปประกาศธรรมในภาคพื้นยุโรป พ.ศ. 2480 ท่านไปจำพรรษาที่สวนโมกขพลาราม อ.ไชย จ.สุราษฎร์ธานี ได้ศึกษาและปฏิบัติธรรมกับท่านพุทธทาสและพระราชญาณกวี อดีตเจ้าคณะจังหวัดชุมพร วัดขันเงิน เป็นสามสหายธรรมร่วมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาและหลักธรรมที่แท้จริงตามหลักคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจนได้รับการขนานนามว่าเป็น “นักรบธรรม” 

            ในปี พ.ศ.2492 หลวงพ่อปัญญาฯ ได้รับการนิมนต์ ให้ไปจำพรรษาที่วัดอุโมงค์ จ.เชียงใหม่ และเริ่มแสดงธรรมทุกวันอาทิตย์ วันพระออกเทศน์ตามหมู่บ้านโดยรถยนต์ติดเครื่องขยายเสียงและเขียนเรื่องลงหนังสือพิมพ์ ชาวเหนือ จนมีชื่อเสียงขึ้นที่เชียงใหม่ ท่านจำพรรษาที่วัดอุโมงค์ นานถึง 11 ปี และยังเป็นประธานก่อตั้งพุทธนิคม จ.เชียงใหม่ ประธานมูลนิธิ “ชาวพุทธมูลนิธิ” วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) ในยุคนี้เองที่หลวงพ่อได้ก่อตั้งมูลนิธิเมตตาศึกษา ที่วัด เจดีย์หลวง ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และบำเพ็ญศีล กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอีกมากมาย  

            ปี พ.ศ.2502 ม.ล.ชูชาติ กำภู อธิบดีกรมชลประทาน ในสมัยนั้น มีความประทับใจในลีลาการสอนธรรมะแนวใหม่ของหลวงพ่อ ระหว่างไปเยือนเชียงใหม่ จึงเกิดความ ศรัทธา ขณะนั้นกรมชลประทานได้สร้างวัดชลประทานรังสฤษฏ์ ที่ ต. บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงอาราธนาหลวงพ่อไปเป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่ พ.ศ. 2503 จนถึงปัจจุบัน หลวงพ่อเป็นพระสงฆ์รูปแรกที่กล้าในการปฏิรูปพิธีกรรมทางศาสนา ของชาวไทยที่ประกอบพิธีกรรมหรูหรา ฟุ่มเฟือย โดยเปลี่ยนเป็นประหยัด มีประโยชน์และเรียบง่าย จนได้รับการขนานนามว่าเป็นพระผู้ปฏิรูปพิธีกรรมของชาวพุทธไทย ทั้งยังเป็นผู้ริเริ่มการแสดงปาฐกถาธรรมวันอาทิตย์ ณ วัดชลประทานรังสฤษฏ์ อีกด้วย นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยท่านได้ปฏิวัติรูปแบบการเทศนาแบบดั้งเดิม ที่นั่งเทศนาบนธรรมาสน์ถือใบลาน มาเป็นการยืนพูดปาฐกถาธรรมแบบปากเปล่าต่อสาธารณชน พร้อมทั้งยกตัวอย่างเหตุผลร่วมสมัย ทันต่อเหตุการณ์ เป็นการดึงดูดประชาชนให้หันเข้าหาธรรมะได้เป็นอย่างมาก 

ข้อมูลจาก ไทยรัฐ ปีที่ 58 ฉบับที่ 18161 วันศุกร์ ที่ 12 ตุลาคม 2550

ข้อคิดคุณธรรมจากท่านพุทธทาส

 

ลองจ้องมองที่กากะบาดในภาพสักระยะหนึ่ง แล้วจะพบกับความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง
สิ่งที่ท่านพบ สอนอะไรให้กับท่านบ้าง ลอง mail มาคุยกัน หรือแสดงความคิดเห็นได้ที่
เว็บบอร์ดของพวกเรา ที่  new.krudang.com  ครับ

อานิสงส์ของการสวดพระพุทธคุณ

      สวดมนต์ไหว้พระเป็นธรรมประจำชีวิต เกิดผลผลิเพื่องอกงามสร้างความดีให้แก่ตน ผลกำไรเป็นความดีเพื่อมอบให้แก่เพื่อนร่วมชาติ ร่วมโลก ได้อยู่ด้วยความมีโชคดีทุก ๆ ท่าน
       ขอให้ท่านพร้อมสมาชิกในครอบครัวได้สวดมนต์กันทุกคน ทุกครอบครัว เพื่อเป็นมงคลในชีวิต จะเกิดฐานะดี มีปัญญา จะได้มีความสุขความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไปในชีวิต
       ขอให้ท่านชวนลูกหลานทุก ๆ คนสวดมนต์ก่อนนอน ถ้าท่านทั้งหลาย ตั้งใจ - ศรัทธา เชื่อมั่นลูกหลาน ได้สวดมนต์แล้ว ผลที่ได้รับจากการสวดมนต์นั้น
1. ลูกหลานจะมีระเบียบวินัยที่ดี
2. ลูกหลานจะไม่เถียง จะเคารพเชื่อฟังพ่อ - แม่ เขาจะรู้ว่าเขาเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ จะวางตัวได้เหมาะสม
3. เมื่อเจริญวัยเป็นหนุ่มสาว ลูกก็จะเป็นลูกหลานที่ดีของพ่อ - แม่ เป็นพลเมืองที่ดีของสังคมและประเทศชาติ
4. ผู้ที่สวดมนต์และปฏิบัติเป็นประจำ จะเจริญรุ่งเรืองพัฒนาสถาพร จะรวย จะสวย จะดี มีปัญญา จะสมประสงค์ในสิ่งที่ดีงามตลอดไปทุกประการ

พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ  ฐิตธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี

3d_whitebg_e_home.gif

       มีผู้เข้าชมเว็บนี้แล้ว      คน   ตั้งแต่ 14 กรกฎาคม 49

3d_whitebg_e_home.gif

จัดทำโดย ครูจิรวัฒน์  จวนทองรักษ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

โรงเรียนตะพานหิน อำเภอตะพานหิน  จังหวัดพิจิตร

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิจิตร เขต 2