ดอกไม้ที่นำมาทำอาหารได้

 

ดอกไม้ให้ความสวยงาม นำมาร้อยพวงมาลัย ทำอุบะ ช่อโบเก้ จัดแจกันประดับตกแต่งให้ความสวยงาม แม้กระทั่งจัดดอกไม้หน้าศพ และใช้บูชาพระ ดอกไม้ให้ความสดชื่นแก่ผู้ได้รับ ให้ความรักให้ความอบอุ่น และให้ความสุขกับคนทุกชั้นวรรณะ แทบจะไม่คิดถึงเลยว่า ยังมีดอกไม้อีกหลายชนิดที่นำมาทำอาหารรับประทานได้ ให้ทั้งความอร่อยและความสวยงาม

    • ดอกกุหลาบ มีดอกกุหลาบมอญ ใช้กลีบสีชมพู สีแดง โรยขนมตะโก้ ขนมขี้หนู ขนมลืมกลืน เพื่อให้ความหอมและความสวยงามใส่ในพั้นช์ผลไม้ให้กลิ่นหอม
    • เกสรชมพู่ ได้จากชมพู่สาแหรก ดอกชมพู่มะเหมี่ยว ใช้เกสรสีแดงอมม่วงมายำ ต้มกับกะทิจิ้มน้ำพริก รับประทานกับหลนปลาร้า หลนกะปิ เป็นเหมือดในขนมจีนน้ำยา
    • ดอกขจร นำดอกขจรทั้งดอกตูมและดอกบาน มาต้มจิ้มน้ำพริก มะนาว แกงส้ม แกงเลียง ต้มจืด ยำ ผัดกับหมู
    • ดอกโสน เป็นดอกสีเหลือง นำมาต้มจิ้มน้ำพริกมะนาว แกงส้ม ทำขนมดอกโสน ชุปแป้งทอดกรอบ จิ้มซอส ทอดกรอบ เป็นเหมือดในขนมจีนน้ำพริก
    • ดอกโศก นำดอกโศกมาแกงส้ม ยำ พล่า
    • ดอกเฟื่องฟ้า ชุปแป้งทอดกรอบเป็นเหมือดใส่ขนมจีนน้ำพริก
    • ดอกพวงชมพู สีชมพูอ่อนดอกเล็กๆ ชุปแป้งทอดกรอบ เป็นเหมือดใส่ขนมจีนน้ำพริก
    • ดอกลั่นทม ตัดเฉพาะกลีบขาว ล้างยางออกให้หมด ชุปแป้งทอดกรอบ เป็นเหมือดใส่ขนมจีนน้ำพริก
    • ดอกอัญชันสีม่วง ดอกนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ในเรื่องสีของอาหาร ใช้แทนสีผสมอาหาร ใช้กลีบสีม่วงบดให้ละเอียด ใส่น้ำนิดหน่อย ใส่ผ้าขาวบาง คั้นเอาแต่น้ำใช้ใส่ขนม ถ้าใช้น้อยจะใช้สีฟ้าอ่อน ถ้าใช้มากจะได้ขนมสีม่วง
    • ดอกมะลิ นำดอกตูมและดอกบานล้างน้ำให้สะอาด มาอบในน้ำที่ต้มสุก จะได้เป็นน้ำดอกไม้สำหรับเป็นส่วนผสมในขนมไทยให้มีกลิ่นหอม นอกจากนี้ยังใช้อบขนมให้มีกลิ่นหอม
    • กระดังงาไทย เลือกดอกที่มีสีเหลือง ซับน้ำให้แห้ง ลนไฟเทียนอบแล้วฉีก 2-3 ชิ้นต่อกลีบ ใส่ในจอกรวมกับดอกมะลิลอยในในโถใส่น้ำต้มสุก น้ำ 5 ถ้วยตวง ต่อดอกมะลิ 10 ดอก กระดังงา 1 ดอก จะได้น้ำดอกไม้ที่หอม ผสมในขนมไทยทุกอย่าง ถ้าจะใช้ดอกไม้ลอยน้ำต้องล้างดอกไม้ให้สะอาด รุ่งเช้าต้องเก็บดอกไม้ออกจากน้ำ อย่าแช่นาน ถ้าวางขันใส่ดอกมะลิ และดอกกระดังงาลนไฟลอยในน้ำจะได้กลิ่นหอมเหมือนลอยในน้ำ
    • ดอกฟักทอง นำมาต้มกะทิ จิ้มน้ำพริกมะนาว นำมาแกงส้ม เป็นผักอย่างหนึ่งในแกงแค
    • ดอกมะขาม นำมาแกงส้ม ผัดกับหมู ต้มจิ้มน้ำพริก แกงคั่วกับปลาช่อน
    • ดอกนุ่น หรือดอกงิ้ว ชุปแป้งทอดกรอบ ใส่เป็นเหมือดในขนมจีนน้ำพริก
    • ดอกผักตบชวา ยอดดอกมีลักษณะคล้ายดอกข่า นำมาแกงส้ม ต้มกะทิจิ้ม น้ำพริก
    • ดอกกุยช่าย ผัดกับหมู ตับหมู ผัดเผ็ดกับปู กุ้ง
    • ดอกกวางตุ้ง นำมาต้มจิ้มน้ำพริกอ่อง ผัดกับหมู กุ้ง ต้มกับหมู หรือเนื้อ
    • ดอกหอม นำมาแกงส้ม ผัดกับหมู กุ้ง
    • ดอกข้าวสาร นำมาแกงส้ม
    • ดอกกะหล่ำปลี นำมาผัดกับหมู กุ้ง นำมาเป็นผัก หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าใส่ในแกงเผ็ดหมู เนื้อ ไก่ นำมาเป็นผักในสลัด สเต็ก
    • ดอกข้าวโพด นำมาเป็นผักสำหรับแกงส้ม ผัดกับหมู กุ้ง
    • ดอกมะม่วงอ่อน จิ้มน้ำพริกปลาร้า หลนปลาเจ้า หลนปลาร้า หลนกะปิ หลนเต้าเจี้ยว
    • ดอกเข็ม นำมาชุปแป้งทอดกรอบ เป็นเหมือดใส่ในขนมจีนน้ำพริก
    • ดอกซ่อนกลิ่น นำมาผัดกับหมู กุ้ง ไก่
    • ดอกบัวผัน บัวเผื่อน ดอกเล็กๆ นำมาจิ้มหลนปลาร้า จิ้มน้ำพริกกะปิคั่ว
    • ดอกกระถิน ต้มจิ้มน้ำพริกมะนาว ยำ
    • ดอกแค นำมาต้มกับกะทิ รับประทานกับน้ำพริกมะนาว นำมาแกงส้ม นำมา สอดไส้ หมู ไก่ กุ้ง ชุปแป้งทอดกรอบจิ้มซอส ยำ ผัดไฟแดง
    • ดอกขี้เหล็ก นำมาแกงดอกขี้เหล็กกับเนื้อย่าง หมู กุ้ง ไก่
    • ดอกกระเจี๊ยบ นำมาแกงส้ม ทำน้ำดอกกระเจี๊ยบ ดื่มแก้ร้อนใน
    • ดอกสะเดา นำมาลวกน้ำร้อน จิ้มน้ำปลาหวาน น้ำพริกเผา รับประทานกับกุ้งเผา ปลาดุกอย่าง ปลาช่อนย่าง
    • ดอกทุเรียน นำมายำ แกงคั่ว แกงส้ม
    • ดอกแคฝรั่ง ชุปแป้งทอดกรอบใส่เป็นเหมือดในขนมจีนน้ำพริก
    • ดอกดาวเรือง ชุปแป้งทอด ใส่เป็นเหมือดในขนมจีนน้ำพริก ฉีกโรยข้าวคลุกกะปิ แกะปลาต้มหวานใส่ โรยหอม หั่นพริก บีบมะนาว
    • ดอกพยอม พล่าดอกพยอม
    • ดอกกล้วย (หัวปลี) นำหัวปลีมาทำเป็นอาหารมากมายหลายอย่าง นำมาต้มกับกะทิ จิ้มน้ำพริกมะนาว นำมาเป็นผักใส่ต้มยำไก่ นำมาเป็นผักใส่ในยำกบ ไก่ นำมาแกงเลียง เป็นผักในแกงแค นำมายำหัวปลีกับกุ้ง แกงหัวปลีกับซี่โครงหมู ทำทอดมันหัวปลี ยำหัวปลีเผา
    • ดอกลิงแลว เป็นดอกเล็กๆ มีสีม่วง มีลักษณะคล้ายกล้วยไม้ที่เพิ่งแตกดอก คือ เป็นปุ่มเล็กๆ ปลายดอกเรียวโคนมใหญ่ ตัวดอกนุ่ม มีลักษณะใบยาวคล้ายใบหมาก มีรสหวาน เป็นผักใส่แกงแค แกงเลียง
    • ดอกข่า จิ้มหลน จิ้มน้ำพริก
    • ดอกทองหลาง นำกลีบมาชุปแป้งทอด รับประทานกับน้ำพริกขนมจีนน้ำพริก
    • ดอกมะกอก จิ้มหลนกะปิ หลนปลาร้า
    • ดอกพยอม แกงส้ม ยำ พล่า
    • ดอกลัดดาวัลย์ ต้มกะทิ จิ้มน้ำพริก
    • ดอกผักน้ำ หรือผักท้องนา สายติ่ง สันตะวา ขาเขียด ก้ามกุ้ง ผักอีแปะ ดอกบัวผัน ดอกบัวเผื่อน ผักตบเต่า สายบัว แพงพวย ส่วนมากจะมีดอกติดมาด้วย จึงรับประทานทั้งยอดและดอกรับประทานดิบ
    • ดอกส้มเสี้ยว ดอกมีรสเปรี้ยว นำมาแกงส้ม แกงกับหมู
    • ดอกดาวกระจาย จิ้มน้ำพริก ยำกับกุ้งแห้ง

 

ดอกไม้มีสรรพคุณทางยา

ดอกไม้ นับวันดอกไม้ไทยก็จะหาดูได้ยาก มีอยู่บางชนิดเท่านั้นที่ยังคงปลูกเอาไว้ เป็นไม้ประดับ บางชนิดเป็นต้นไม้ใหญ่ ต้องปลูกไว้ในสวน ถ้าไม่มีดอกก็ดูไม่ออกว่าเป็นต้นอะไร จึงขอรวบรวมไม้ไทยที่รู้จัก นอกจากจะมีดอกสวยมีกลิ่นหอมแล้ว ยังมีสรรพคุณทางยารวมอยู่ด้วย เพื่อเป็นความรู้ให้ประโยชน์กับชีวิตประจำวัน

    • ดอกกระดังงาไทย เป็นไม้ยืนต้น ใบเขียวและโต ดอกออกเป็นกลีบ ๆ ยาวและอ่อน เกสรกลางแบนสีเขียว ๆ เหลือง กลิ่นหอม ประโยชน์ทางยา ใบและเนื้อไม้ ดอก ต้มรับประทานเป็นยาขับปัสสาวะ ดอกปรุงเป็นยาหอมแก้ลม วิงเวียน ชูกำลังทำให้ใจชุ่มชื่น นำดอกมาลนไฟใช้อบขนมไทยให้หอม
    • ดอกกระถินขาว เป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดย่อย ใบเล็กเป็นฝอย ดอกขาวกลมเท่าใบพุทรา ดอกใช้เป็นยาบำรุงตับ แก้เกล็ดกระดี่ขึ้นที่ตา
    • ดอกขจร เป็นไม้เถาเลื้อย มีสรรพคุณทางยา ใช้รากผสมยาหยอดรักษาตา รับประทานทำให้อาเจียน ถอนพิษเบื่อเมา ทำให้รู้รสอาหาร ดับพิษ ทำอาหาร
    • ดอกขี้เหล็ก ต้นขี้เหล็กเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ ราก ลูก ดอก ใบ รวมกัน รับประทานเป็นยาถ่ายพิษ กษัย พิษ ไข้ พิษเสมหะ เหน็บชา
    • ดอกข้าวสาร เป็นต้นไม้ปลูกประดับลงดิน กลางแจ้ง ให้เลื้อยพันรั้ว รากใช้ทำยาหยอดตา แก้ตาฝ้า ตามัว ตาแดง เข้ายาถอนพิษ ยาเบื่อเมา ดอกนำมาทำแกงส้มได้
    • ดอกเข็มขาว เป็นต้นไม้พุ่ม ใช้ดอกใส่พานบูชาพระ ให้ประโยชน์ในทางยา รากมีรสหวาน รับประทานแก้โรคตา เจริญอาหาร
    • ดอกเข็มแดง เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ให้ประโยชน์ทางยา รากแก้เสมหะ แก้กำเดา บำรุงไฟธาตุ แก้บวม แก้ตาพิการ ดอกนำมาชุปแป้งทอดเป็นเหมือดในขนมจีนน้ำพริก
    • ดอกแค เป็นต้นไม้ขนาดกลาง ใบเล็กกลมยาวเป็นคู่ ๆ ดอกคล้ายดอกถั่ว ใช้ดอกใบ เปลือก ราก เป็นยา ดอกนำมาต้มจิ้มน้ำพริก ทำแกงส้ม ประโยชน์ในทางยา เปลือกนำมาต้ม คั้นน้ำ แก้ท้องร่วง แก้บิด แก้มูกเลือด คุมธาตุ
    • ดอกการะเกด เป็นพวกเตย ลำเจียก มีดอกพุ่มแลบออกมาตามกลีบต้น
    • ดอกกาหลง ดอกขาวใหญ่ ขนาด 5-8 ซ.ม. ดอกเป็นช่อแบน ช่อละ 3-10 ดอก กลิ่นหอมเย็น ดอกใช้แก้ปวดศรีษะ ลดความดันโลหิต แก้โรคโลหิตออกตามไรฟัน แก้เสมหะพิการ
    • ดอกกรรณิการ์ ดอกสีขาวคล้ายดอกพุดฝรั่ง ออกเป็นช่อ ก้านดอกสีแดง สีส้ม สีจากก้านดอกคั้นเอาน้ำไปทำสีขนม และย้อมผ้าได้ ต้มดื่มแก้ปวดศรีษะ ใบใช้บำรุงน้ำดี ดอกใช้แก้ไข้ แก้ลม แก้ผมหงอก น้ำที่ต้มดอกกรรณิการ์ อาบบำรุงผิวหนังให้สดชื่น ต้นและราก มีรสหวานและฝาด ต้มหรือฝนผสมน้ำสำหรับจิบแก้ไอ
    • ดอกแก้ว ดอกเล็กสีขาวสะอาด มีกลีบ 5 กลีบ เกสรสีขาวปนเหลืองหอม กลิ่นแรง ผลคล้ายมะแว้งลูกเขื่อง ๆ เป็นยาขับประจำเดือน เรียกว่ายาประสะใบแก้ว ใช้เป็นยาแก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ ผายลม บำรุงโลหิต
    • ดอกกฤษณา ดอกใหญ่เป็นช่อ ดอกมีกลิ่นหอม บำรุงโลหิต หัวใจ ทำให้ตับและปอดเป็นปกติ ใช้เป็นเครื่องปรุงยาหอม แก้ลม หน้ามือวิงเวียน ผสมเครื่องหอมทุกชนิด เช่น ธูปหอม น้ำอบไทย น้ำมันจากเมล็ด รักษาโรคเรื้อน และโรคผิวหนัง
    • ดอกคัดเค้า มีสรรพคุณในทางยา มีรสฝาด แก้โลหิตเป็นพิษ และขับเสมหะ แก้ไข้ ใช้ใบแก้โลหิตซ่าน ดอกแก้โลหิตในกองกำเดา ผลใช้ขับโลหิต ประจำเดือน ต้นใช้บำรุงโลหิต รากแก้วต้ม แก้โลหิตออกตามไรฟัน ผลใช้ต้มดื่ม ขับฟอกโลหิตเน่าเสียของสตรี และใช้เป็นยาบำรุงโลหิต
    • ดอกบัวหลวง มีทั้งสีชมพูและสีขาว ใช้บูชาพระ เมล็ดทั้งอ่อนและแก่รับประทานได้ เมล็ดบัวทำอาหารทั้งของหวานและของคาว เมล็ดบัวแก่จัดนำมาทำแป้งขนม รากและเหง้า เอามาต้มน้ำดื่ม แก้ร้อนใน ในทางยา ใช้เกสรเหง้า และเมล็ดบัวเป็นเครื่องสมุนไพร เป็นยาบำรุงกำลัง แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ แก้เสมหะ แก้พุพอง
    • ดอกลำเจียก ดอกโตมีเกสรอยู่กลางรอบนอก คล้ายใบอ่อน มีสีขาวหุ้มอยู่ มีกลิ่นหอมเย็น มีชื่อเรียกลำจวน รัญจวน ปาหนัน ใบไม้จำพวกเตยใบใหญ่ รากแก้พิษไข้ พิษเสมหะ พิษโลหิต ขับปัสสาวะ หนองใน มุตกิด แก้นิ่ว
    • ดอกเล็บมือนาง มี 3 สี ขาว ชมพู และแดง ใบและต้นขับพยาธิ ตาน ทราง ผล รับประทานทำให้หายสะอึก รากปรุงเป็นยาขับไส้เดือน แก้อุจจาระเป็นฟอง และโลหิตขาวมีกลิ่นเหม็นคาว ใบใช้โขลกพอแหลก คั้นเอาน้ำชโลมทาแผล ฆ่าเชื้อโรคสำหรับเด็ก นิยมปลูกริมรั้วเพื่อดูดอกสวย
    • ดอกสารภี ดอกเป็นช่อมีกลิ่น สีขาว เกสรสีเหลือง ใช้ดอกปรุงเป็นยาหอม แต่กลิ่นเป็นยาบำรุงหัวใจ ทำให้ชุ่มชื่น เป็นยาชูกำลัง
    • ดอกเบญจมาศ กลีบดอกเป็นฝอย มีหลายสี ทั้งดอกขนาดใหญ่และขนาดเล็ก นำมาตากแห้ง ใช้ชงน้ำ มีกลิ่นหอม ดื่มแก้กระหายน้ำ คล้ายดอกไม้ที่คนจีนเรียกเก๊กฮวย
    • ดอกประยงค์ ดอกกลมเล็กคล้ายเมล็ดไข่ปลา หรือสาคู มีสีเหลืองสดมีกลิ่นหอมแรง รากใช้เป็นยา ทำให้อาเจียน ถอนพิษ เมื่อมีอาการเมา
    • ดอกจำปา ดอกเป็นกลีบยาว สีเหลืองจัด สีส้มหรือสีแดง มีกลิ่นหอม ดอกมีรสขม เปลือก ราก ใช้รักษาโรคเรื้อน หิด ฝีที่มีหนอง ดอกและเมล็ดใช้ทำยาแก้ไข้ แก้โรคธาตุเสีย คลื่นเหียน อาเจียน วิงเวียนศรีษะ
    • ดอกสร้อยฟ้า หรือดอกสร้อยอินทนิล เป็นดอกสีฟ้า เป็นดอกสีฟ้า เป็นไม้เถาออกดอกเป็นช่อย้อย
    • ดอกวัลย์ชาลี หรือวัลย์ชาลี ชิงช้าชาลี ดอกสีเหลืองเป็นช่อเล็ก ๆ สกุลเดียวกับบอระเพ็ด ต้นมีรสขม แก้ฝีดาษ แก้ไข้เหลือง แก้ฝีกาฬ แก้ไข้ บำรุงกำลัง บำรุงไฟธาตุ เจริญอาหาร ใบฆ่าพยาธิ แก้มะเร็ง ดอกใช้ขับพยาธิในท้อง ในฟัน ในหู ใบสดนำมาต่ำพอกฝี ทำให้เย็น แก้ปวด ถอนพิษ ดับพิษทั้งปวง แก้กระหายน้ำ ขับน้ำย่อยอาหาร
    • ดอกตาเสือ หรือมะหัวกาน (พยัพ) ดอกมีสีเหลืองคล้ายดอกประยงค์ มีกลิ่นหอม ไม้ตาเสือมีรสฝาด เปลือกใช้แก้พิษเสมหะ และขับโลหิต ผลใช้แก้ปวดตามข้อ ใบใช้ แก้บวม
    • ดอกบานเย็น ลักษณะดอกยาว เป็นปากแตรเล็ก มีสีเหลืองแดงและขาว บานตอนเย็น ดอกขยี้ทาหน้าแก้สิว บานเย็นดอกขาวใช้เป็นเครื่องสำอางบำรุงผิว ชาวจีนเรียก ตีต้าเช้า ปรุงเป็นยาขับเหงื่อ แก้ไข้ ระงับความร้อน
    • ดอกพิกุล ดอกเล็ก ๆ มีสีขาวสะอาดตา ริมดอกหยัก บานเวลาใกล้รุ่ง มีกลิ่นหอมแรง ทนทาน แม้ดอกจะเหี่ยวแห้งแล้ว ดอกแห้งเป็นสีน้ำตาลอ่อน ออกดอกตลอด ทั้งปี ใช้ปรุงเครื่องหอมอบผ้า
    • ดอกนางนวล ดอกมีสีแดงแกมขาว ลูกเป็นหนามเหนียว ใบต้มเป็นยา จิบแก้ไอ ดับพิษเสมหะ รากเป็นยาถอนพิษ แก้ไข้ ต้นและใบเป็นยาขับปัสสาวะ แก้ไตพิการ
    • ดอกนางแย้ม ดอกสีขาว ซ้อนหลายชั้น กลีบดอกสีม่วง มีกลิ่นหอมแรง รากใช้แก้พิษ ฝีภายใน ขับปัสสาวะ แก้โรคลำไส้ ไตพิการ

ดอกไม้เป็นเครื่องยา ใช้เป็นสมุนไพร ในการปรุงน้ำหอม เมื่อเก็บมาแล้วต้องแยกแต่ละชนิดเป็นกำ ๆ แล้วมัดแขวนห้อยหัวลง เก็บไว้ในที่แห้ง ไม่ต้องตากแดดจัด พยายามไม่ให้มีความชื้น พอดอกสลดนำมาใช้ได้ พวกดอกไม้มี ดอกกุหลาบ ดอกพิกุล ดอกส้ม ดอกลำเจียก ดอกบัว ดอกมะลิ นอกจากใช้สด ๆ แล้ว กลีบแห้งของดอกไม้ ใช้ปลิดออกจากดอก ใส่ภาชนะกลมทำด้วยแก้ว แล้วนำไปตากกลางแจ้งที่มีแดดจัด ดอกไม้เครื่องสมุนไพรถ้าสดใช้ 100 กรัม ถ้าแห้งใช้ 50 กรัม น้ำบริสุทธิ์ 1 ถ้วยตวง