ผักพื้นบ้านกับการรักษาโรค

ไขมันในเลือดสูง
อาศัยการดูแลตัวเองโดยทั่วด้าน ทั้งเรื่องของอาหาร การออกกำลังกาย และการคลายเครียด จะทำให้สามารถลดยาลดไขมัน และกระทั่งงดยาได้แต่ต้องอาศัยเวลา เช่น 6 เดือน หรือ 1 ปี
สำหรับวิธีการทางธรรมชาติที่แนะนำ ได้แก่
1. จำกัดอาหารประเภทไขมันให้เหลือเพียงวันละ 10% ของแคลอรีทั้งหมด ในทางปฏิบัติก็คือ ให้กินอาหารประเภททอด กะทิ เพียง 1 จาน (กินแบบไทยคือกินเป็นสำรับและล้อมวงกินกันหลายคน)
2. เพิ่มเส้นใยในอาหาร กินข้าวกล้องทุกมื้อ กินผักพื้นบ้านที่มีสารเส้นใยสูง ๆ เช่น มะเขือพวง มะระขี้นก สะเดา ลูกฉิ่ง โดยนำมากินกับน้ำพริก วันละประมาณ 200 กรัม
3. กินกระเทียมวันละ 10-15 กลีบ โดยกินสดกับยำ แกล้มกับน้ำพริกโดยเลือกกินเวลาเย็น เพราะมีข้อสังเกตว่าการกินกระเทียมในเวลาเย็นสามารถลดไขมัน โดยเฉพาะไตรกลีเซอไรด์ได้ดีกว่า
4. กินปลาและสัตว์น้ำแทนเนื้อสัตว์บกประมาณ 3 เดือน จะได้อาศัยน้ำมันปลาช่วยลดไขมันในเลือดลง
5. ออกกำลังกายด้วยวิธีแอโรบิคเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน
6. คลายเครียด ด้วยการใช้ดนตรีบำบัด ด้วยการฝึกหายใจ ฤาษีดัดตน โยคะ ชี่กง เป็นต้น หรือปฏิบัติสมาธิเป็นประจำ
เบาหวาน
วิธีการทางธรรมชาติสามารถลดยาเบาหวานลง กระทั่งงดยาได้ในที่สุดและต้องใช้หลาย ๆ วิธีร่วมกันไป สำหรับคนที่เป็นเบาหวานที่มีระดับน้ำตาลต่ำกว่า 200 มก/ดล จะได้ผลดีกว่า อย่างไรก็ตามไม่ควรงดยาเบาหวานในทันทีแต่ควรค่อยๆ ลดยาลงตามระดับน้ำตาลในเลือดที่จะค่อยๆ ลดลง
1. อาหาร ต้องกินข้าวกล้อง ผักให้มากพอทุกมื้อ (100-150 กรัม) ตรงนี้จะเน้นผักพื้นบ้านที่มีสารเส้นใยสูงก็ได้ หันมากินมังสวิรัติเพื่ออาศัยสารเส้นใยจากเต้าหู้และเห็ดจนกว่าจะควบคุมน้ำตาลได้ดี สำหรับมื้อเย็นแนะนำให้งดอาหารประเภทข้าวหรือคาร์โบไฮเดรตอื่นๆ ให้กินผักจิ้มน้ำพริกหรือสลัดผักแทน ถ้าไม่อิ่มอาจจะใช้ผลิตภัณฑ์จากบุก
(กลูโคแมนแนน ซึ่งเป็นสารเส้นใยไร้แคลอรี) มาทำเป็นราดหน้า ยำ หรือต้มยำกินให้อิ่มท้อง
2. ออกกำลังกายด้วยวิธีแอโรบิคเป็นประจำ เพราะส่วนใหญ่คนเป็นเบาหวานมักจะมีน้ำหนักเกิน การลดน้ำหนักตัวลงก็สามารถจะลดยาลงได้
3. กินผักพื้นบ้านที่สามารถลดน้ำตาลในเลือดได้ เช่น
3.1 กินมะระขี้นกทุกเช้า โดยเอามะระขี้นกสดมาคั้นดื่ม วันละ 2-3 ลูก (เอาเม็ดออกก่อน) การแช่ให้เย็นจัดและบีบมะนาว จะช่วยลดความขมลง
3.2 กินยอดสะเดาจิ้มน้ำพริกเป็นประจำ

ความดันเลือดสูง
1. ลดไขมันในเลือดไปพร้อม ๆ กัน
2. ปฏิบัติการคลายเครียดด้วยดนตรีบำบัด การฝึกหายใจ ฤาษีดัดตน โยคะ ชี่กง หรือปฏิบัติสมาธิเป็นประจำ
3. กินผักพื้นบ้านที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะเป็นประจำ เช่น กระชาย ยอดกระเจี๊ยบ ตะไคร้ พลูคาว เป็นต้น การต้มน้ำตะไคร้ดื่มแทนชาก็ช่วยได้
4. ใบบัวบกสด ๆ ครั้งละ 1 กำมือ กินทุกวัน จะช่วยลดความดันเลือดลงได้

ปวดข้อ ข้ออักเสบ
อาการปวดข้อ และข้ออักเสบที่ไม่ใช่โรคเก๊าท์ เช่น ข้อเข่า ข้อเท้า ข้อนิ้วมือ นิ้วเท้า สามารถใช้วิธีการทางธรรมชาติรักษาได้ หากไม่ได้เป็นเรื้อรังผลการรักษาจะดีกว่า ดังนี้
1. หากข้อเข่า ข้อเท้าอักเสบ และมีน้ำหนักเกิน จะต้องลดน้ำหนักตัวลงด้วย เพื่อผ่อนเบาน้ำหนักที่จะกดลงบนข้อนั้น ๆ
2. ประคบข้อที่ปวด หรืออักเสบด้วยน้ำร้อนสลับน้ำเย็น โดยประคบร้อน 3 นาที สลับเย็น 2 นาที ทำเช่นนี้ 3 รอบ หรือจะประคบด้วยไพลหรือลูกประคบแทนน้ำร้อนก็ได้ แต่ควรสลับด้วยการประคบเย็นทุกครั้งเพื่อผลการรักษาอาการปวดและอักเสบที่ดีกว่า
3. กินผักพื้นบ้านที่มีฤทธิ์ระบาย เช่น ยอดขี้เหล็ก ซึ่งมีทั้งสารเส้นใยสูงและมีฤทธิ์เป็นยาระบาย โดยนำมาต้มให้รสขมลดลง แล้วจิ้มน้ำพริกจะดีกว่ากินแกงขี้เหล็กบ่อย ๆ และสมอไทย โดยนำมากินกับน้ำพริกปลาย่าง น้ำพริกตาแดง จะช่วยระบายท้องได้ดี
4. กินมะละกอเป็นประจำ
5. ดื่มน้ำแมงลักก่อนนอนเพื่อเพิ่มเส้นใยให้แก่อาหาร
6. ต้มน้ำมะขามดื่มเป็นอาหารว่าง

นอนไม่หลับ
1.ปรับอาหารโดยกินข้าวกล้องเป็นประจำ กินผัก ผลไม้สดให้มากถึงวันละประมาณ 5 ส่วน เพื่อเพิ่มวิตามินบีและซีไปใช้คลายเครียด จะใช้ผักพื้นบ้านที่มีวิตามินซีสูง ๆ เช่น มะขามป้อม สมอไทย ผักติ้วก็ได้
2. ปฏิบัติการคลายเครียดด้วยดนตรีบำบัด ฤาษีดัดตน โยคะ ชี่กง ออกกำลังกายเพื่อระเหิดความเครียดเป็นประจำ โดยเฉพาะการฝึกโยคะก่อนนอนจะช่วยคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และทำให้จิตใจสงบลงได้มาก
3. ก่อนนอนให้นอนแช่น้ำอุ่นจัด ๆ ประมาณ 20-30 นาที จะช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น
ใบขี้เหล็ก มีฤทธิ์ช่วยในการนอน แต่ต้องกินขม ๆ ได้ การกินเป็นยาเม็ด (องค์เภสัชกรรม) จะช่วยได้ หากเจ้าตัวได้ใช้ยานอนหลับที่ออกฤทธิ์แรง หรือใช้ยานอนหลับเป็นเวลานานมาก่อน

โรคกระเพาะอาหาร
1. พักการทำงานของกระเพาะอาหารสัก 2-3 วัน โดยการกินข้าวกล้องต้มเละๆ สลับกับผลไม้หรือน้ำผลไม้เท่านั้น
2. กินขมิ้นชัน โดยนำมาโขลกกับเกลือและกระเทียม แล้วผัดน้ำมันคลุกข้าวทุกมื้อ อาหารที่ใส่ขมิ้น เช่น ปลาทอดขมิ้น หรือถ้ากินเผ็ดน้อยๆ ได้ก็นำขมิ้นมาใส่แกงส้มหรือแกงเหลือง ก็จะช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหารให้หายเร็วขึ้น
3. ถ้ามีอาการปวดมากอาจจะต้องการฝังเข็มหรือกด

หวัด
ปัจจุบันยังไม่มียาฆ่าเชื้อหวัดโดยตรง อย่างไรก็ตาม หากใช้อาหารที่เหมาะสมก็อาจบรรเทาอาการหวัดให้ทุเลาลง และย่นระยะเวลาการเป็นหวัดลงได้
1. ผักพื้นบ้านที่เก็บสด ๆ และมีวิตามินซีสูง ๆ เช่น มะขามป้อม สมอไทย ผักติ้ว ผักแพว ผักหวาน จะช่วยเสริมภูมิต้านทานบรรเทาอาการหวัดได้ดี แต่ต้องกินสดเท่านั้น
2. ขิง อาหารที่มีขิงเป็นคุณค่าทางโภชนาการ เช่น น้ำขิงร้อน ๆ จะช่วยบรรเทาอาการหวัดที่เกิดจากความเย็นได้ดี
4. แกงเลียงที่ใส่หัวหอม พริกไทยมาก ไ ก็เหมาะสำหรับยามเป็นหวัด
ท ท้องอืด อาหารไม่ย่อย
1. ผักพื้นบ้านที่มีรสร้อน และมีน้ำมันระเหยประเภทขิง กะเพรา พริกไทย ตะไคร้ กระชาย จะช่วยได้ อาจนำมา
ต้มเป็นชาสมุนไพรดื่มประจำหรือกินเป็นอาหารก็ได้ ชามะตูมก็ช่วยย่อยอาหารได้ดี
2. ถ้าอาหารไม่ย่อยสามารถใช้ผักพื้นบ้านต่อไปนี้คือ
2.1 ตำลึงลวกจิ้มน้ำพริก หรือแกงจืด จะช่วยย่อยแป้งได้ดี
2.2 สับปะรด หากนำมาคั้นน้ำดื่มจะช่วยย่อยอาหารประเภทโปรตีน
2.3 เวลากินเนื้อสัตว์ ให้ใช้ผักและสมุนไพรที่สามารถช่วยย่อย เช่น ใบหูเสือ พริกหอม ปรุงลงไปด้วย
2.4 เวลากินมัน ๆ ให้ใส่ใบกะเพราและขิงลงไป เพราะใบกะเพราช่วยย่อยไขมันได้ดี ขิงช่วยขับน้ำดี ทำให้การดูดซึมของไขมันดีขึ้น

สูตรน้ำยำแบบไทย
เครื่องปรุง : ส้มมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ เกลือ ซีอิ๊ว นำมาเคี่ยว ชิมให้ได้ 3 รส เก็บใส่ขวดไว้ใช้ได้นาน ทำผัดไทยก็ได้
น้ำพริกเผา
หอม กระเทียม พริก เจียว ตำ ใส่มะพร้าวคั่ว ถั่วลิสงคั่ว ตำ โปรตีนกรอบหวานเค็ม หรือเห็ดทอดกรอบหวานเค็ม
ยำใบบัวบก
(ชะอมลวก ยอดกระถินสด ถั่วพู หัวปลี ฯลฯ) เด็ดเอาแต่ใบ ใส่น้ำยา น้ำพริกเผา โปรตีนหรือเห็ดทอด ถ้าต้องการรสจัด ใส่พริกป่น บีบมะนาวรสจะเข้มข้น โรยด้วยถั่วลงสงตำ มะพร้าวคั่ว